Wednesday, August 31, 2011

๓๙๕. มือ ซ้ายขวาขาดนิ้ว ฤามี

@มือ ซ้ายขวาขาดนิ้ว       ฤามี
ด้วน เด็จดูใดดี                  หนึ่งน้อย
ได้ ทองเท่าต่อมตี              แหวนประดับ
แหวน จะสอดสวมก้อย    กุดสิ้นใส่ไฉน ฯ

คำแปลศัพท์
เด็จ- ขาด(บางฉบับเป็นด้วยเด็ด แปลว่า ด้วยเหมือนถูกเด็ด, ด้วนแน่ๆ)
ดูใดดี – ดูไม่มีอะไรดี
ต่อม – ตุ่มเล็กๆ, เม็ดเล็กๆ, เล็กๆน้อยๆ
ตี – ใช้อุปกรณ์ทำตามวิธีการเพื่อให้ทองแผ่เป็นแผ่น หรือเป็นรูปร่างต่างๆ

ถอดความ
มือขาดหมดทั้งซ้ายขวาหานิ้วไม่มี
ดีมันช่างด้วนจนหมดดีไม่เหลือนิ้วไว้แม้แต่น้อย
ได้ทองมานิดหน่อยเอาไปทำเป็นแหวน
ครั้นจะสวมสิให้แสนแค้น มันกุดไปหมดสิ้น จะเอานิ้วไหนมาใส่

๓๙๖. ตา มัวมืดคู่เข้า คู

@ตา มัวมืดคู่เข้า          คูหา
บอด บ่ทราบสุริยา        ย่ำฆ้อง
ได้ สมสิ่งเสริมตา          จักใส่
แว่น แต่หยิบจ้องจ้อง    จับแล้วเวียนวาง ฯ

คำแปลศัพท์
คู่  - เหมือน
คูหา – ถ้ำ
สุริยา –พระอาทิตย์
ย่ำฆ้อง – ตีฆ้องถี่ๆหลายครั้งเพื่อบอกเวลา
สิ่งเสริมตา – แว่นตา
จ้องๆ – มองๆ
จับแล้วเวียนวาง – จับๆวางๆ

ถอดความ
ตาบอดดูมัวมืดเหมือนอย่างกับเข้าถ้ำ
จะย่ำรุ่งหรือย่ำค่ำก็ไม่ทราบไม่เห็นแสงตะวัน
ได้แว่นมาหนึ่งอันอยากจะใส่ให้เห็นใสๆกับเขาบ้าง
ได้แต่จดจ้องจับแล้วก็วาง จับแล้วก็วาง ไม่รู้จะสวมไว้ดูอะไร

๓๙๗. หัว หูดูชั่วช้า ไฉไล

@หัว หูดูชั่วช้า              ไฉไล
ล้าน เลื่อมแลเงาใส      เกือบแก้ว
ได้ ส่องกระจกใจ           เจียนขาด
หวี  แต่จับจ้องแล้ว        ลูบโอ้อายเอง ฯ

คำแปลศัพท์
ชั่วช้าไฉไล – ไม่งดงาม, ไม่น่ารัก
เกือบแก้ว – เกือบเหมือนลูกแก้ว

ถอดความ
ดูหัวนี้มันช่างชั่วช้า หาความงามมิได้
ช่างล้านเลื่อมเป็นเงาใสเกือบจะเหมือนลูกแก้ว
ส่องกระจกทีไรใจแป้วเจียนจะขาด
ได้หวีมาน่าอนาถเอามือลูบหัวแล้วก็อายตัวเอง(ไม่รู้จะหวีอะไร)

๓๙๘. รูป ชั่วแต่ชอบแล้ว ใดปาน

@รูป ชั่วแต่ชอบแล้ว       ใดปาน
รส รักผักว่าหวาน          หลอนต้ม
กลิ่น อบจบดินดาล        บ่ดุจ เจ้านา
เสียง ก็จับใจหล้ม           โลกแล้วฤามี ฯ

คำศัพท์แปล
รูปชั่ว – รูปไม่สวย, ไม่หล่อ
กลิ่นอบ – กลิ่นน้ำอบ น้ำหอม
จบดินดาล – หมดทั้งโลก
หล้มโลก(ล่ม) – โลกแตกสลายไป, หมดทั้งโลก

ถอดความ
รูปไม่งาม แต่ถ้าใจรัก ก็ว่าสวยไม่มีใครเท่า
รสรักนั้นเล่า แม้น้ำต้มผักก็ยังว่าหวาน
กลิ่นหอมอบตระหลบจักรวาลก็สู้กลิ่นกายของหล่อนไม่ได้
เสียงก็แสนเสนาะจับใจ จนหมดสิ้นดินฟ้าหาอย่างนี้ไม่เจอ

๓๙๙. น้ำ ฝนหม่นเมฆตั้ง ตกตะบึง

@น้ำ ฝนหม่นเมฆตั้ง         ตกตะบึง
ไหล หลั่งถั่งชรทึง              ท่วมเหย้า
ไฟ  ติดนิดหนึ่งพึง             จักก่อ
ดับ ระทมถ่านเถ้า             หิ่งห้อยไป่มี ฯ

ตำแปลศัพท์
ตะบึง – ไม่หยุดหย่อน, มาก
ถั่ง – ไหลอย่างเท, ไป, ถึง
ชรทึง – แม่น้ำ(อ่านว่า ชระ-ทึง พจนานุกรมว่า ศัพท์นี้ใช้ว่า จทึง ฉทึง ชทึง หรือ สรทึง ก็มี แต่ในโคลงโลกนิติบางฉบับ ตรงนี้เป็น ชลทึง ก็มี ชลถึง ก็มี)
เหย้า – บ้าน, เรือน
พึงจักก่อ – เพิ่งจะเริ่มก่อไฟ
เถ้า – เท่า =เพียง, ขนาด

ถอดความ
น้ำฝนหล่นจากฟ้า หมู่เมฆทะมึนพาให้ตกไม่ยอมหยุด
น้ำก็ไหลเร็วรุดท่วมถึงเรือนชานชุ่มชื้น
เพิ่งจะก่อฟืนขึ้นมาเพียงนิดหน่อย
แม้ไฟถ่านเท่าหิ่งห้อยก็ดับหมด แสนจะระทดระทมใจ

๔๐๐. รู้หลบ พบเศิกไซร้ กลัวไกล

@รู้หลบ พบเศิกไซร้          กลัวไกล
เป็นปีกป้องกันภัย             ผ่อนข้า
รู้หลีก  เล็ดลอดไป            สุดเนตร
เป็นหาง ไกลกล่าวกล้า   ต่อด้วยดัสกร ฯ

คำศัพท์แปล
เศิกเสี้ยน – เสี้ยนศึก=ข้าศึกหรือศัตรู ที่จะก่อการร้าย
กลัวไกล – ที่น่ากลัวไปเสียให้ไกล
สุดเนตร – สุดตา, หายไปจากสายตา
ดัสกร – ข้าศึก

ถอดความ
แม้จะต้องพบศึกศัตรูถ้ารู้จักหลบเสียก่อนแต่ไกล
ก็จะเป็นเสมือนปีกป้องกันภัย ผ่อนให้มาถึงช้าๆ
แล้วถ้ารู้จักหลีกเล็ดลอดให้พ้นหน้าสุดสายเนตร
ก็จะเป็นเหมือนหางระวังเหตุให้ใจกล้าคิดการต่อกรกับศัตรู

๔๐๑. ช้างสาร หกศอกไซร้ เสียงา

@ช้างสาร หกศอกไซร้             เสียงา
งูเห่า กลายเป็นปลา                อย่าต้อง
ข้าเก่า เกิดแต่ตา                      ตนปู่ ก็ดี
เมียรัก อยู่ร่วมห้อง                   อย่าไว้วางใจ

คำแปลศัพท์
ช้างสารหกศอก – ช้างใหญ่สูงหกศอก
เสียงา – งาหัก
กลายเป็นปลา – ทำเชื่องช้า,ไม่ดุร้าย มีลักษณะเหมือนปลาช่อน(หัวงูเห่ากับหัวปลาช่อนมีลักษณะคล้ายกัน)
อย่าต้อง – อย่าแตะต้อง, อย่าจับต้อง
ข้าเก่า – คนใช้ดั้งเดิม
เกิดแต่ตาตนปู่ ข ที่มีมาตั้งแต่ปู่ตาของตน

ถอดความ
ช้างสารสูงหกศอก แม้ว่างาจะหักหาย
งูเห่าแม้จะกลายคล้ายปลาช่อนอย่าช้อนจับ
ข้าเก่าแม้เคยขอรับๆมาแต่ครั้งปู่ย่า
เมียรักนอนร่วมเคหา เหล่านี้อย่าไว้วางใจ